นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากร มีนโยบายให้การเร่งรัดปราบปรามการลักลอบและหลีกเลี่ยงนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี ปกป้องสังคมและสิ่งแวดล้อม จึงสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดพร้อมหน่วยปฏิบัติการวางแผนตรวจค้นจับกุมอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษ เพื่อสกัดกั้นป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น สินค้าเกษตร น้ำมัน ยาเสพติด IPRs และสินค้าละเมิดอนุสัญญา CITES โดยสืบสวนหาข่าวและออกลาดตระเวนด้วยรถยนต์ ตรวจค้นรถบรรทุก โกดัง แหล่งจำหน่าย สถานที่เก็บรักษาที่เชื่อได้ว่ามีของผิดกฎหมายเก็บซุกซ่อนอยู่ อีกทั้งยังมีแผนการป้องกันและปราบปรามสินค้าดังกล่าวในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงในการลักลอบนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ มีการบูรณาการกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง อาทิ ทหาร กอ.รมน. ป.ป.ส. บช.ปส. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สถานทูตต่าง ๆ องค์การตำรวจสากล (Interpol) สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (Drug Enforcement Administration: DEA) เป็นต้น เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการข่าวระหว่างกัน สำหรับการตรวจพบการกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากรประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2565 มีจำนวน 2,134 คดี คิดเป็นมูลค่ารวม 160.92 ล้านบาท มีผลงานที่น่าสนใจ ดังนี้

1. ผลการจับกุมยาเสพติด

– เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 กรมศุลกากรโดย เจ้าหน้าที่ สำนักงานตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ทำการตรวจค้นผู้โดยสารชายและหญิง สัญชาติบราซิล ซึ่งเดินทางมาจากประเทศบราซิล ผลการตรวจค้น พบยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) น้ำหนักรวม 9,320 กรัม โดยบรรจุอยู่ในห่อพลาสติกใสห่อหุ้มด้วยกระดาษคาร์บอนสีดำอีกชั้นหนึ่ง จำนวน 6 ห่อ ซุกซ่อนอยู่ในช่องลับที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษบริเวณพื้นหลังกระเป๋าและพื้นด้านข้างฝั่งที่มีล้อลากภายในกระเป๋าเดินทาง จำนวน 3 ใบ มูลค่า 28 ล้านบาท– เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2565 กรมศุลกากรโดย กองสืบสวนและปราบปราม ร่วมกับชุดปฏิบัติการ Airport Interdiction Task Force: AITF ทำการวิเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยงผู้โดยสารที่เดินทางในรูปแบบของผู้ลักลอบยาเสพติดจากต่างประเทศ ตามโครงการสกัดกั้นการลักลอบยาเสพติดทางอากาศยาน ผลการวิเคราะห์พบ ผู้โดยสารชาวเซียราเลโอน เดินทางในรูปแบบของผู้ลักลอบขนยาเสพติด จึงได้ทำการติดตามและเฝ้าระวังในที่กักกันตามมาตรการของสาธารณสุขจนวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้ต้องสงสัยได้ออกจากสถานกักกันโรค เวลา 04.50 น. ชุดปฏิบัติการจึงได้เชิญตัวมาตรวจสอบ ผลการตรวจสอบพบยาเสพติดให้โทษประเภท 2โคคาอีน) จำนวน 74 ก้อน ซึ่งผู้ต้องหาถ่ายออกมาจากช่องท้อง น้ำหนักประมาณ 1,280 กรัม ราคาประมาณ 3.84 ล้านบาท ทั้งนี้ สถิติการตรวจยึดยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 มีจำนวน 7 คดี มูลค่า 55.57 ล้านบาท2. ผลการจับกุมบุหรี่

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 กองสืบสวนและปราบปราม ร่วมกับสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 และด่านศุลกากรช่องเม็ก ได้ร่วมกันวางแผนตรวจค้นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ใน อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เนื่องจากสืบทราบว่ามีการซุกซ่อน และจำหน่ายสินค้าต้องห้ามประเภทบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักรตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ผลการค้นพบสินค้าประเภท “บุหรี่ไฟฟ้า” และ “น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า” รวม 813 รายการ มูลค่าของกลางกว่า 600,000 บาททั้งนี้สถิติการจับกุมบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ได้แก่ 1. บุหรี่ จำนวน 79คดี มูลค่า 6.86 ล้านบาท 2. บารากู่ บารากู่ไฟฟ้า บุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ จำนวน 33 คดี มูลค่า 947,889 บาท