วันที่ 30 มี.ค 65 เวลา 10.00 น. ที่กระทรวงยุติธรรม มีการประชุมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม มีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม นายธนวัชร นิติกาญจนา ที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม อธิบดีกรมต่างๆ และผู้บริหารร่วมประชุม โดยในช่วงท้ายของการประชุม นายโฆสิต สุวินิจจิต ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจาก ตำแหน่งคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและทุกตำแหน่งในกระทรวงยุติธรรมนายโฆสิต กล่าวว่า ตนมีความประสงค์ที่จะไปรับใช้ชาติบ้านเมือง ด้วยการสมัครรับเลือกตั้ง ในตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ตนมีความมุ่งมั่นตั้งใจมากว่า 9 ปี ซึ่งขณะนี้ได้มีประกาศสมัครรับเลือกตั้งดังกล่าวในระหว่าง วันที่ 31 มีนาคม ถึงวันที่ 4 เมษายน ตนจึงจำเป็นต้องลาออกจากตำแหน่งต่าง ๆ คือ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และทุกตำแหน่งในกระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2565 ตนขอขอบคุณ นายสมศักดิ์ ที่ได้ไว้วางใจและให้โอกาสตนได้ทำงานในกระทรวงยุติธรรม เป็นโอกาสอันดีที่ทำให้ตนได้มีประสบการณ์และทำงานรับใช้ชาติบ้านเมืองในตำแหน่งต่าง ๆ    นายโฆสิต กล่าวอีกว่า ขณะนี้งานของกระทรวงยุติธรรม บรรลุไปได้ด้วยดีโดยเฉพาะโครงการไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน ซึ่งสามารถเข้าถึงภาคประชาชนที่กำลังเดือดร้อนได้อย่างทั่วถึงโดยเฉพาะในจังหวัดนำร่อง ซึ่งตนมั่นใจว่าตอนนี้สังคมกำลังชื่นชมโครงการดังกล่าวเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ตนเข้ามาทำงานที่กระทรวงยุติธรรมก็ทราบว่ามีงานหลักสำคัญอยู่ 2 ประการ คือ ทำให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนยุติธรรมอย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งปัญหาที่ได้รับการแก้ไขไปแล้วคือ ความยากจนและการไม่รู้กฎหมาย โดยถือว่าขณะนี้ภาคประชาชนได้เข้าถึงบริการของเรามากขึ้นกว่าเดิมมากแล้ว “ผมขอขอบคุณท่านสมศักดิ์ ที่ไว้วางใจและให้โอกาสผมได้ทำงานในกระทรวงยุติธรรม ผมมีความประทับใจเป็นอย่างยิ่งนับเป็นโอกาสอันดีที่ทำให้ผมมีประสบการณ์ทำงานเอาไว้รับใช้ชาติบ้านเมืองต่อไป และตลอดเวลาที่ผมทำงานจะคิดอยู่เสมอว่าทุกวันก็เหมือนการทำบุญเพราะได้ทำงานรับใช้ประชาชน” นายโฆสิต ระบุนายสมศักดิ์ กล่าวว่า หากตนมีชื่ออยู่ที่ กทม. ตนก็จะลงคะแนนให้นายโฆสิตแน่นอน ไม่ใช่เพราะนายโฆสิตเป็นคนของตน แต่เพราะเป็นคนที่มีคุณภาพ มีสติปัญญาที่ดี ช่วยงานส่วนรวมโดยไม่ได้คิดถึงผลประโยชน์ตนเอง งานที่เป็นโจทย์ยากๆก็ทำให้เป็นเรื่องที่ง่ายได้ ตนได้ร่วมงานมานาน อย่างงานเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ สมัยที่ตนเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว ก็ได้นายโฆสิต ที่ดำเนินการเรื่องนี้ จนสำเร็จด้วยดีและได้รับคำชื่นชมจากผู้ใหญ่ของบ้านเมืองหลายท่าน ตนเสียดายที่นายโฆสิตต้องออกจากการช่วยงานตน แต่หากท่านไปสมัครผู้ว่า กทม.แล้วได้รับความไว้ใจจากประชาชนเลือกเป็นผู้ว่าฯ จะเป็นเป็นประโยชน์ต่อคนกรุงเทพฯ อย่างมาก ตนขอให้นายโฆสิตโชคดี นำประสบการณ์และความรู้ไปช่วยพัฒนาประเทศชาติต่อไป