
วันที่ 24 มีนาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการในการพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรม ภายใต้หลักสูตรการพัฒนาธรรมาภิบาลและจริยธรรมสำหรับนักบริหารงานวิจัยมืออาชีพ ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติกับสถาบันพระปกเกล้า โดยได้รับเกียรติจาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรม และ รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวถึงแนวทางสนับสนุนความร่วมมือ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารสถาบันพระปกเกล้าและผู้บริหาร วช. เข้าร่วมในพิธี ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์ อาคาร วช.1
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ตระหนักว่าความเข้มแข็งของระบบวิจัยขึ้นอยู่กับคุณภาพของบุคลากรผู้บริหารจัดการระบบ ซึ่งมีหน้าที่เชื่อมโยงนโยบายสู่การปฏิบัติ กำกับดูแลทรัพยากรสาธารณะ และผลักดันให้งานวิจัยก่อประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยหลักสูตรการพัฒนาธรรมาภิบาลและจริยธรรมสำหรับนักบริหารงานวิจัยมืออาชีพภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ จะมุ่งเชื่อมโยงหลักการสู่การปฏิบัติผ่านการวิเคราะห์สถานการณ์จริง การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และกรณีศึกษา เพื่อพัฒนานักบริหารงานวิจัยให้เป็นมืออาชีพ ควบคู่กับการยึดมั่นในธรรมาภิบาลและจริยธรรม อันจะส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพระบบวิจัยของประเทศให้มีความโปร่งใส คุ้มค่า และได้รับความเชื่อมั่นจากสังคมทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ
รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า ปัจจุบันการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ อย่างไรก็ตาม การพัฒนาบุคลากรต้องควบคู่กับการเสริมสร้างธรรมาภิบาลและจริยธรรม เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและความเชื่อมั่นต่อสังคม หลักสูตรนี้จึงมุ่งยกระดับนักบริหารงานวิจัยให้มีความเป็นมืออาชีพ มีคุณธรรม และสามารถบริหารจัดการงานวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง และร่วมกันขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศให้ก้าวหน้าและยั่งยืนต่อไป
ทั้งนี้วช. และสถาบันพระปกเกล้า มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานจริยธรรมและธรรมาภิบาลในระบบวิจัยและนวัตกรรมไทยอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเสริมสร้างฐานกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและนวัตกรรมให้มีคุณภาพ ควบคู่คุณธรรม เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ







