กรมศุลกากรจับกุมผู้ต้องหาลักลอบนำโคคาอีนเข้ามาในราชอาณาจักร
ที่ท่าอากาศยานภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 17.19 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 51.47 ล้านบาท

นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ในฐานะโฆษก
กรมศุลกากร เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น กรมศุลกากรจึงเข้มงวดในการสกัดกั้นยาเสพติด ที่อาจมีการลักลอบนำเข้ามาในประเทศไทยพร้อมผู้โดยสาร ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ความเสี่ยงของผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ กรมศุลกากรร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (AIRPORT INTERDICTION TASK FORCE: AITF) ตรวจพบผู้โดยสารชาวต่างชาติ ลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศ ผ่านสนามบิน 2 แห่ง ในระหว่างวันที่ 9-13 มิถุนายน 2565 ดังนี้1. เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ด่านศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ต ตรวจค้นผู้ต้องสงสัยเพศชาย อายุ 29 ปี สัญชาติแอฟริกาใต้ เดินทางมาจากกรุงแอดดิสอาบาบา สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปีย ถึงปลายทางท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ในวันที่ 9 มิถุนายน 2565 เวลาประมาณ 12.30 น. ผลการตรวจค้นสัมภาระไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่พบว่ามีข้อพิรุธที่อาจจะลักลอบกลืนยาเสพติด จึงนำตัวไปโรงพยาบาลถลาง จังหวัดภูเก็ต เพื่อเอกซเรย์ร่างกายจากการตรวจสอบภาพเอกซเรย์ พบสิ่งแปลกปลอมจำนวนมาก รูปร่างทรงกลม และทรงรี ในช่องท้อง ผู้ต้องหายอมรับว่าตนได้กลืนยาเสพติด (ไม่ทราบชนิด) เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้นำตัวผู้ต้องหาไปยังด่านศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ต เพื่อนำสิ่งแปลกปลอมดังกล่าวออกมาจากร่างกาย ผลการตรวจสอบสิ่งแปลกปลอมดังกล่าว พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 โคคาอีน จำนวนรวม 115 ก้อน น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 1.49 กิโลกรัม มูลค่า 4.47 ล้านบาท เป็นความผิดตามมาตรา 242 มาตรา 252 ประกอบมาตรา 166 และมาตรา 167 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ทั้งนี้ ด่านศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ต ได้นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรสาคู เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป2. เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2565 สำนักงานตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตรวจค้นผู้ต้องสงสัย จำนวน 3 ราย เดินทางมาจากสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล โดยทำการเอกซเรย์และตรวจค้นกระเป๋าเดินทาง จำนวน 5 ใบ พบยาเสพติดให้โทษประเภท 2 โคคาอีน (COCAINE) น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 15.70 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 47 ล้านบาท ซุกซ่อนอยู่ภายในบริเวณพื้นกระเป๋าเดินทางที่จัดทำขึ้นมาเป็นพิเศษ ลักษณะเป็นแผ่นหนาทรงสี่เหลี่ยม ภายนอกห่อด้วยกระดาษคาร์บอนสีดำ ชั้นในห่อด้วยถุงพลาสติก
ทั้ง 3 รายมีความผิดฐานนำยาเสพติดให้โทษประเภท 2 โคคาอีน (COCAINE) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 โคคาอีน (COCAINE) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามประมวลกฎหมายยาเสพติดและนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสิ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร อันเป็นความผิดตามกฎหมายศุลกากร มาตรา 242 ประกอบมาตรา 166 มาตรา 167 และมาตรา 252 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ กรมศุลกากรยังคงมุ่งมั่นดำเนินภารกิจในการปกป้องสังคมให้ปราศจาก
การลักลอบนำเข้าและส่งออกสิ่งผิดกฎหมายและยาเสพติด รวมถึงบูรณาการกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อป้องกัน สกัดกั้นยาเสพติดให้โทษอย่างต่อเนื่อง ต่อไป